แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 1994 ที่เมืองกลาสโกว์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสกอตแลนด์ ในปัจจุบันเขาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายให้กับสโมสรดังแห่งพรีเมียร์ลีกนั่นก็คือลิเวอร์พูล โดยโรเบิร์ตสันได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของนักฟุตบอลอาชีพด้วยการเข้าไปเป็นเด็กฝึกหัดในสโมสรกลาสโกว์เซลติก สโมสรยักษ์ของประเทศสกอตแลนด์  ซึ่งการเข้าไปเป็นเด็กฝึกของสโมสรใหญ่ขนาดนี้ ย่อมจะทำให้อนาคตในวงการฟุตบอลของเขาเป็นไปในทางที่ดีอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในกรณีของโรเบิร์ตสัน ไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคิด ซึ่งในตอนที่เขามีอายุ 15 ปี ต้องพบจุดเปลี่ยนในชีวิต เมื่อถูกยกเลิกสัญญา โดยทางสโมสรกลาสโกว์รเซลติก ให้เหตุผลว่า เขามีรูปร่างที่เล็ก และทักษะการเล่นฟุตบอลของเขาไม่ดีพอที่จะก้าวไปสู่ทีมชุดใหญ่ได้ ถ้าหากว่าเป็นเด็กรายอื่นๆ แล้วคงจะรู้สึกผิดหวังและท้อแท้เป็นอย่างมาก แต่สำหรับเขาแล้ว ยังมุ่งมั่นตั้งใจ และพยายามทุกวิถีทางเพื่อก้าวไปสู่เส้นทางของนักฟุตบอลอาชีพให้ได้

และในปี 2009 โรเบิร์ตสัน ก็ได้เขาไปอยู่ในทีมเยาวชนของ ควีนส์ปาร์ค ทีมฟุตบอลในดิวิชั่น 3 ของประเทศสกอตแลนด์ เขาได้ทำการฝึกฝน และเรียนรู้ทักษะการเล่นฟุตบอลอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ และในปี 2012 เขาก็ได้เซ็นสัญญาและขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ ควีนส์ปาร์ค  แต่ในตอนนั้นเขาเล่นให้กับ ควีนส์ปาร์ค แบบไม่มีเงินเดือน เนื่องจาก ควีนส์ปาร์ค ไม่ได้เป็นสโมสรฟุตบอลระดับอาชีพ ซึ่งเนื่องจากครอบครัวของเขาไม่ได้ร่ำรวย ทำให้ โรเบิร์ตสัน จะต้องทำงานควบคู่ไปกับการเล่นฟุตบอลไปด้วย โดยเขาได้ทำงานเป็นพนักงานแคชเชียร์ในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมาเป็นพนักงานขายตั๋วที่สนามแฮมป์เดนพาร์ค ซึ่งเป็นสนามของควีนส์ปาร์ค และทีมชาติสกอตแลนด์ โดยในช่วงนั้นโรเบิร์ตสันจะใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาฝึกซ้อมฟุตบอล และด้วยความพยายามและตั้งใจของเขา ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาไปเข้าตาแมวมองของสโมสรดันดี ยูไนเต็ด ทีมในลีกชั้นนำของสกอตแลนด์ ในปี 2013

ในการเริ่มต้นค้าแข้งกับต้นสังกัดอย่างดันดี ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นสโมสรที่อยู่ระดับที่สูงขึ้น ก็ไม่ใช่ปัญหาในการปรับตัวของเขา โรเบิร์ตสัน สามารถปรับตัวให้เข้ากับระบบการเล่นของดันดี ยูไนเต็ด ได้ง่ายและรวดเร็ว และเขาก็สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนพาทีมจบในอันดับ 4 ของฤดูกาลนั้น และด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของเขาทำให้ เขาสามารถคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกสกอตแลนด์มาครอง เขาเล่นให้กับทีมต้นสังกัดไปทั้งหมด 36 นัด ยิงไป 3 ประตู

ในปี 2014 ด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของเขา ทำให้เขาได้รับความสนใจจาก ฮัลล์ ซิตี้ สโมสรในประเทศอังกฤษ ที่ทำการคว้าตัวเขาไปโลดเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ด้วยค่าตัว 2.8 ล้านปอนด์ และในฤดูกาลแรกที่เขาย้ายมาร่วมทีม เขาก็มีโอกาสลงสนามมากถึง 24 เกม ถึงแม้ว่าโรเบิร์ตสันจะไม่ได้โชว์ฟอร์มอันโดนเด่นมากนัก แต่เขาก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับเกมฟุตบอลของอังกฤษได้ดีขึ้น แต่ว่าก็ไม่สามารถช่วยทีมให้พ้นจากการตกชั้นได้ ในฤดูกาลถัดมา โรเบิร์ตสัน ยังคงเล่นให้กับฮัลล์ ซิตี้ต่อในแชมเปียนชิป และเขาก็ใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น ก็สามารถพาทีมขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง ด้วยการจบในอันดับ 2 ของฤดูกาล 2015-2016

และในการเล่นในพรีเมียร์ลีกในครั้งที่สองของเขา แม้ว่าเขาจะไม่สามารถช่วยทีมให้พ้นจากการตกชั้นได้ แต่จากผลงานส่วนตัวของเขา เขาสามารถทำได้ดีเป็นอย่างมาก เขาเป็นแบ็กซ้ายที่มีความขยัน พยายามวิ่งหาโอกาสในตลอดทั้งเกม ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาไปเตะตาทาง เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูลเข้า และก็ตัดสินใจทุ่มเงินจำนวน 8 ล้านปอนด์ คว้าตัวเขาเข้ามาร่วมทีม ในเดือนกรกฎาคม 2017 และได้สวมเสื้อหมายเลข 26  และด้วยการที่เขาย้ายมาจากทีมที่เพิ่งตกชั้นไป ทำให้เขาถูกวิจารณ์จากสื่อและแฟนบอล เนื่องจากมองว่าการคว้าตัวเขาเข้ามาร่วมทีมในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นเพียงอะไหล่ของทีมอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ในช่วงแรกของการก้าวเข้ามายังถิ่นแอนฟิลด์นั้น โรเบิร์ตสัน ต้องพบกับความยากลำบากในการแย่งชิงโอกาสในการลงสนาม ซึ่งใน 14 เกมแรกของฤดูกาล เขามีโอกาสลงสนามเพียง 2 เกมเท่านั้น ซึ่งเมื่อวันเวลาผ่านไปทำให้ โรเบิร์ตสัน ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นอย่างมาก เขาเลยเดินเข้าไปหา เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่ของเขา เพื่อขอคำปรึกษาว่าจะต้องทำอย่างไรเขาถึงจะได้กลายเป็นผู้เล่นตัวจริงของทีม และเขาก็ได้คำตอบที่ทำให้เขารู้ว่าเขาจะต้องปรับปรุงตัวอย่างไร เพื่อให้ตัวเองก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักของลิเวอร์พูลให้ได้ เขาได้ทำการฝึกซ้อมอย่างหนัก และฝึกฝนทักษะของตัวเอง

และแล้วโอกาสการลงสนามของโรเบิร์ตสัน ก็มาถึง เมื่อ อัลเบอร์โต โมเรโน แบ็กซ้ายตัวจริงของทีมได้รับบาดเจ็บ ซึ่งโรเบิร์ตสันก็ไม่ทิ้งโอกาสนั้นไปให้เสียเปล่า เขาก็สามารถทำผลงานจนสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงมาได้สำเร็จ

และหลังจากนั้น โรเบิร์ตสัน ก็ได้พัฒนาฟอร์มการเล่นของเขาตลอดเวลา เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนในตอนนี้เขาก็ได้กลายมาเป็นนักฟุตบอลตำแหน่งแบ็กซ้ายที่มีชื่อระดับโลก โดยเขามีส่วนร่วมในความสำเร็จของลิเวอร์พูล ด้วย

– แชมป์พรีเมียร์ลีก 2019 -2020

– แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2018-2019

– แชมป์ซูเปอร์คัพ 2019

– ฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2019

– แชมป์คาราบาวคัพ 2021-2022

สำหรับผลงานในทีมชาติสกอตแลนด์ เขาเริ่มเล่นให้กับทีมชาติครั้งแรกในปี 2013 ในทีมชาติสกอตแลนด์ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี และในปี 2014 เขาก็ถูกเรียกตัวไปเล่นในทีมชาติชุดใหญ่ และนอกจากนี้เขายังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอีกด้วย เขาเป็นกัปตันทีมที่เป็นความหวังของชาวสกอตแลนด์ทั้งชาติ